เลือกซื้อเครื่องปริ้น อย่างไรให้คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

เลือกซื้อเครื่องปริ้น อย่างไรให้คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

ใครที่กำลังมองหาเครื่องพิมพ์สักเครื่อง คงเคยรู้สึกว่าตัวเลือกในตลาดมีเยอะจนตาลาย ทั้งอิงค์เจ็ท เลเซอร์ แท็งก์แท้ แท็งก์เทียม ราคาก็ต่างกันตั้งแต่ไม่กี่พันไปจนหลายหมื่น การเลือกซื้อเครื่องปริ้น ให้ถูกรุ่นตั้งแต่แรกจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะถ้าเลือกพลาดไม่ใช่แค่เสียเงินค่าเครื่อง แต่ยังตามมาด้วยค่าหมึก ค่าซ่อม และความหงุดหงิดที่ใช้งานไม่ได้ตามที่หวังอีกด้วย 

บทความนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ใช้งานจริงและข้อมูลจากตลาดเครื่องพิมพ์ปัจจุบัน เพื่อช่วยให้คุณเลือกซื้อเครื่องปริ้น ได้อย่างมั่นใจ โดยจะพาไปรู้จักประเภทเครื่องพิมพ์แต่ละแบบ วิธีดูสเปกที่สำคัญ งบประมาณที่เหมาะสม รวมถึงข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่มักทำพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า อ่านจบแล้วรับรองว่าจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่นอน 

ทำความเข้าใจเครื่องพิมพ์เบื้องต้นก่อนเลือกซื้อเครื่องปริ้น

ก่อนจะไปดูรุ่นไหนดี เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานของเครื่องพิมพ์กันก่อน เครื่องพิมพ์ หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า เครื่องปริ้น คืออุปกรณ์ที่แปลงข้อมูลดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนออกมาเป็นงานพิมพ์บนกระดาษ ปัจจุบันเครื่องพิมพ์ไม่ได้มีแค่หน้าที่พิมพ์อย่างเดียว แต่ยังรวมฟังก์ชันสแกน ถ่ายเอกสาร และแฟกซ์เข้ามาด้วย จึงมักเรียกรวมว่า เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชัน 

ในตลาดปัจจุบันแบ่งเครื่องพิมพ์ออกเป็น 2 ประเภทหลักที่ผู้ใช้ทั่วไปควรรู้จัก 

เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ใช้หมึกพ่นลงบนกระดาษ เหมาะกับงานพิมพ์สี งานภาพถ่าย และงานกราฟิก ราคาเครื่องเริ่มต้นไม่แพง แต่ค่าหมึกในระยะยาวอาจสูงหากเลือกรุ่นที่ใช้ตลับหมึก รุ่นที่นิยมในปัจจุบันคือแบบแท็งก์หมึกที่เติมหมึกได้ ช่วยประหยัดต้นทุนต่อแผ่นได้มาก 

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ ใช้ผงหมึก หรือโทนเนอร์ ให้ความเร็วในการพิมพ์สูง ตัวอักษรคมชัด เหมาะกับงานเอกสาร งานออฟฟิศที่พิมพ์ปริมาณมาก ค่าใช้จ่ายต่อแผ่นต่ำกว่าอิงค์เจ็ทแบบตลับ แต่ราคาเครื่องเริ่มต้นมักสูงกว่า 

การเข้าใจความแตกต่างตรงนี้จะช่วยให้คุณตัดตัวเลือกที่ไม่ตรงกับความต้องการออกไปได้ตั้งแต่ต้น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเลือกซื้อเครื่องปริ้น อย่างชาญฉลาด 

ประโยชน์ของการเลือกซื้อเครื่องปริ้นที่เหมาะกับการใช้งาน 

หลายคนอาจคิดว่าเครื่องพิมพ์ก็เหมือนกันทุกเครื่อง ซื้อรุ่นไหนมาก็ใช้ได้เหมือนกัน แต่ความจริงแล้ว การเลือกให้ตรงกับรูปแบบการใช้งานจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์หลายด้าน 

ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว เพราะค่าหมึกหรือโทนเนอร์คือต้นทุนที่สะสมทุกครั้งที่พิมพ์ ถ้าเลือกเครื่องที่ระบบหมึกเหมาะกับปริมาณงาน คุณจะประหยัดเงินได้มากในระยะยาว 

ลดปัญหาเครื่องเสียหรือพิมพ์ไม่ได้ เครื่องพิมพ์ที่ถูกใช้งานตรงตามที่ออกแบบมาจะทนทานกว่า เช่น ถ้าพิมพ์ปริมาณมากแต่ใช้เครื่องรุ่นเล็กสำหรับบ้าน เครื่องก็จะพังเร็วกว่าปกติ 

ได้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพตรงความต้องการ ถ้าต้องการพิมพ์ภาพสีคุณภาพสูง เครื่องอิงค์เจ็ทจะให้สีที่สดกว่า แต่ถ้าเน้นเอกสารขาวดำ เลเซอร์จะให้ตัวอักษรที่คมชัดและเร็วกว่ามาก 

สะดวกสบายในการใช้งานจริง เครื่องพิมพ์ที่รองรับ WiFi ช่วยให้พิมพ์จากมือถือได้ทันที ส่วนเครื่องที่มีฟีดเดอร์อัตโนมัติก็ช่วยให้สแกนเอกสารหลายแผ่นได้โดยไม่ต้องใส่ทีละใบ 

วิธีเลือกซื้อเครื่องปริ้น 7 ขั้นตอนที่ต้องเช็ก 

ส่วนนี้คือหัวใจหลักของบทความ ถ้าคุณกำลังจะเลือกซื้อเครื่องปริ้น จริงจัง ลองเช็กตามขั้นตอนเหล่านี้ทีละข้อ 

  1. กำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานให้ชัดเจน

ถามตัวเองก่อนว่าจะใช้พิมพ์อะไรเป็นหลัก เช่น เอกสารขาวดำ รายงาน ภาพถ่าย สติกเกอร์ หรืองานกราฟิก คำตอบตรงนี้จะช่วยตัดสินใจได้ว่าควรเลือกอิงค์เจ็ทหรือเลเซอร์ และต้องการฟังก์ชันเสริมอะไรบ้าง 

  1. ประเมินปริมาณการพิมพ์ต่อเดือน

ถ้าพิมพ์ไม่เกิน 100 แผ่นต่อเดือน เครื่องพิมพ์รุ่นเล็กก็เพียงพอ แต่ถ้าพิมพ์ 500 แผ่นขึ้นไป ควรมองเครื่องที่ Duty Cycle สูงและระบบหมึกประหยัด ไม่งั้นค่าใช้จ่ายจะบานปลาย 

  1. เปรียบเทียบระบบหมึกอย่างละเอียด

ระบบหมึกเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อต้นทุนรายเดือน มี 3 แบบหลักที่ควรรู้ 

ตลับหมึก ราคาเครื่องถูก แต่ค่าหมึกแพงมาก เหมาะกับคนที่พิมพ์น้อยมาก 

แท็งก์หมึกแท้ เติมหมึกเองได้ ต้นทุนต่อแผ่นต่ำมาก เหมาะกับคนที่พิมพ์บ่อย 

โทนเนอร์ ใช้กับเครื่องเลเซอร์ ต้นทุนต่อแผ่นต่ำ พิมพ์เร็ว เหมาะกับงานเอกสาร 

  1. ตรวจสอบการเชื่อมต่อที่รองรับ

เครื่องพิมพ์สมัยนี้ควรรองรับการเชื่อมต่อ WiFi เป็นอย่างน้อย เพื่อให้พิมพ์จากมือถือหรือแท็บเล็ตได้สะดวก นอกจากนี้ยังมี USB สำหรับเชื่อมต่อตรง และ Ethernet สำหรับออฟฟิศที่ต้องการความเสถียร 

  1. คำนึงถึงความละเอียดในการพิมพ์

ความละเอียดวัดเป็น DPI ยิ่งตัวเลขสูงยิ่งคมชัด สำหรับงานเอกสารทั่วไป 600 x 600 DPI ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการพิมพ์ภาพถ่าย ควรเลือกรุ่นที่มีความละเอียดตั้งแต่ 4800 x 1200 DPI ขึ้นไป 

  1. ตั้งงบประมาณทั้งค่าเครื่องและค่าหมึก

อย่าดูแค่ราคาเครื่อง ให้คำนวณต้นทุนรวม 1-2 ปีด้วย ซึ่งรวมค่าเครื่อง ค่าหมึกหรือโทนเนอร์ และค่ากระดาษ บางเครื่องราคาถูกแต่ค่าหมึกแพงมาก พอคำนวณรวมแล้วกลับแพงกว่าเครื่องที่ราคาเริ่มต้นสูงกว่า 

  1. เช็กบริการหลังการขายและรับประกัน

ข้อนี้หลายคนมองข้าม แต่สำคัญมาก ควรเลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการในประเทศไทย มีอะไหล่พร้อม และมีระยะรับประกันที่เหมาะสม เครื่องพิมพ์ไม่ใช่ของใช้แล้วทิ้ง ดังนั้นการเลือกซื้อเครื่องปริ้น ที่มีบริการหลังการขายดีจะช่วยให้คุณสบายใจในระยะยาว 

เลือกซื้อเครื่องปริ้นแบบไหนดี เปรียบเทียบตามรูปแบบการใช้งาน 

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูตารางเปรียบเทียบตามรูปแบบการใช้งานจริง 

รูปแบบการใช้งาน  ประเภทที่แนะนำ  ระบบหมึก  งบประมาณโดยประมาณ 
ใช้งานทั่วไปในบ้าน  อิงค์เจ็ทแท็งก์หมึก  แท็งก์หมึกแท้  3,000 – 6,000 บาท 
ออฟฟิศขนาดเล็ก  เลเซอร์ขาวดำ  โทนเนอร์  5,000 – 10,000 บาท 
งานกราฟิก งานภาพถ่าย  อิงค์เจ็ทระดับสูง  หมึก 6 สี ขึ้นไป  8,000 – 20,000 บาท 
ออฟฟิศขนาดใหญ่  เลเซอร์สี มัลติฟังก์ชัน  โทนเนอร์ 4 สี  15,000 – 40,000 บาท 

 

จากตารางจะเห็นว่าการเลือกซื้อเครื่องปริ้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูรูปแบบการใช้งานประกอบด้วย 

ฟังก์ชันเสริมที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกซื้อเครื่องปริ้น

นอกจากสเปกพื้นฐานแล้ว ยังมีฟังก์ชันเสริมที่จะทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นอีกมาก 

พิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ ช่วยประหยัดกระดาษได้ครึ่งหนึ่ง เหมาะมากสำหรับคนที่พิมพ์เอกสารเยอะ 

ฟีดเดอร์ป้อนเอกสารอัตโนมัติ หรือ ADF ใส่เอกสารหลายแผ่นแล้วสแกนหรือถ่ายเอกสารได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องวางทีละแผ่น 

หน้าจอสัมผัส ทำให้ตั้งค่าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ 

รองรับการพิมพ์จากคลาวด์ สั่งพิมพ์ผ่าน Google Drive หรือ Dropbox ได้โดยตรง สะดวกสำหรับคนที่ทำงานจากหลายที่ 

ฟังก์ชันเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน แต่ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ การเลือกเครื่องที่มีฟังก์ชันครบจะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกเยอะ 

เลือกซื้อเครื่องปริ้นจากแบรนด์ไหนดี

เลือกซื้อเครื่องปริ้นจากแบรนด์ไหนดี 

ในตลาดประเทศไทยมีแบรนด์เครื่องพิมพ์ที่ได้รับความนิยมหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์มีจุดเด่นต่างกัน 

แบรนด์ที่เน้นระบบแท็งก์หมึก มักมีต้นทุนต่อแผ่นต่ำ เหมาะกับผู้ใช้ที่พิมพ์บ่อยและต้องการประหยัดค่าหมึก 

แบรนด์ที่เน้นเลเซอร์ มักให้ความเร็วในการพิมพ์สูงและตัวอักษรคมชัด เหมาะกับงานเอกสารปริมาณมาก 

แบรนด์ที่เน้นงานภาพถ่าย จะมีระบบหมึกหลายสีและเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพที่ละเอียดกว่า เหมาะกับช่างภาพหรือนักออกแบบ 

สิ่งที่ควรดูเพิ่มเติมคือศูนย์บริการในพื้นที่ของคุณ ความง่ายในการหาซื้อหมึกหรือโทนเนอร์ และรีวิวจากผู้ใช้จริง อย่ายึดติดกับแบรนด์เพียงอย่างเดียว แต่ให้ดูที่คุณสมบัติและความคุ้มค่าเป็นหลัก 

การดูแลรักษาเครื่องปริ้นหลังเลือกซื้อเครื่องปริ้นมาแล้ว 

เมื่อได้เครื่องพิมพ์มาแล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการดูแลรักษาให้เครื่องอยู่กับเราไปนาน 

พิมพ์งานอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง สำหรับเครื่องอิงค์เจ็ท การไม่ใช้งานนานจะทำให้หัวพิมพ์อุดตัน โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนและแห้ง 

ใช้หมึกหรือโทนเนอร์ของแท้หรือเทียบเท่าที่มีคุณภาพ หมึกคุณภาพต่ำอาจทำให้หัวพิมพ์เสียหาย และงานพิมพ์ออกมาไม่สวย 

ทำความสะอาดเครื่องเป็นประจำ ใช้ผ้านุ่มเช็ดฝุ่นภายนอก และใช้ฟังก์ชัน Cleaning ในเมนูของเครื่องเพื่อทำความสะอาดหัวพิมพ์ 

วางเครื่องในที่ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการวางในที่ที่มีแสงแดดส่องตรง ฝุ่นเยอะ หรือความชื้นสูง เพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง 

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกซื้อเครื่องปริ้น

จากประสบการณ์และเสียงจากผู้ใช้จำนวนมาก มีข้อผิดพลาดซ้ำ ๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยมาก เมื่อจะเลือกซื้อเครื่องปริ้น 

ดูแค่ราคาเครื่องโดยไม่คิดค่าหมึก นี่คือกับดักอันดับหนึ่ง เครื่องราคา 2,000 บาทที่ใช้ตลับหมึก อาจทำให้คุณเสียค่าหมึกมากกว่า 10,000 บาทต่อปี ในขณะที่เครื่องราคา 5,000 บาทแบบแท็งก์หมึก ค่าหมึกทั้งปีอาจไม่ถึง 1,000 บาท 

ซื้อเครื่องเลเซอร์สีทั้งที่พิมพ์สีน้อยมาก เครื่องเลเซอร์สีราคาสูงและโทนเนอร์สีก็แพง ถ้าพิมพ์สีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของงานทั้งหมด เลือกเลเซอร์ขาวดำจะคุ้มกว่ามาก 

ไม่เช็กว่ารองรับระบบปฏิบัติการอะไรบ้าง เครื่องพิมพ์บางรุ่นไม่รองรับ macOS หรือระบบปฏิบัติการใหม่ ๆ ควรเช็กให้แน่ใจก่อนซื้อว่าใช้ได้กับคอมพิวเตอร์และมือถือของคุณ 

มองข้ามขนาดเครื่อง เครื่องพิมพ์บางรุ่นมีขนาดใหญ่กว่าที่คิดมาก โดยเฉพาะรุ่นมัลติฟังก์ชัน ควรวัดพื้นที่วางก่อนสั่งซื้อ 

ไม่ลงทะเบียนรับประกัน เครื่องพิมพ์หลายแบรนด์ต้องลงทะเบียนออนไลน์เพื่อเปิดใช้สิทธิ์รับประกัน ถ้าลืมทำอาจเสียสิทธิ์ไปโดยไม่รู้ตัว 

เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับคนที่ต้องการเลือกซื้อเครื่องปริ้นอย่างมืออาชีพ 

สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น มีเทคนิคบางอย่างที่จะช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำยิ่งขึ้น 

เปรียบเทียบต้นทุนต่อแผ่นก่อนเลือกซื้อเครื่องปริ้น

ต้นทุนต่อแผ่น หรือ Cost per Page เป็นตัวเลขที่บอกว่าคุณเสียค่าหมึกเท่าไหร่ต่อการพิมพ์ 1 แผ่น วิธีคำนวณคือ นำราคาหมึกหารด้วยจำนวนแผ่นที่พิมพ์ได้ ตัวเลขนี้จะช่วยให้เปรียบเทียบเครื่องพิมพ์ต่างรุ่นได้อย่างยุติธรรม โดยไม่ต้องดูแค่ราคาเครื่อง 

ดู Yield ของหมึกเมื่อเลือกซื้อเครื่องปริ้น

Yield คือจำนวนแผ่นที่หมึกหนึ่งชุดพิมพ์ได้ ยิ่ง Yield สูง ยิ่งคุ้มค่า ตัวเลขนี้มักระบุไว้บนกล่องหมึกหรือเว็บไซต์ของผู้ผลิต ควรเปรียบเทียบ Yield ของหมึกก่อนตัดสินใจซื้อเครื่อง เพราะหมึกที่ Yield สูงจะช่วยลดจำนวนครั้งที่ต้องเปลี่ยนหมึก ทำให้ประหยัดทั้งเงินและเวลา 

อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริงก่อนเลือกซื้อเครื่องปริ้น

สเปกบนกระดาษอาจสวยหรู แต่ประสบการณ์จริงอาจต่างกัน ลองอ่านรีวิวจากผู้ใช้ที่ซื้อไปแล้วในเว็บไซต์ขายสินค้าหรือฟอรัมต่าง ๆ โดยเฉพาะรีวิวที่ใช้งานมาแล้ว 3-6 เดือนขึ้นไป จะให้ข้อมูลที่เชื่อถือได้มากกว่ารีวิวช่วงแรกที่เพิ่งแกะกล่อง 

FAQ เลือกซื้อเครื่องปริ้น คำถามยอดฮิตที่คนถามบ่อย

FAQ เลือกซื้อเครื่องปริ้น คำถามยอดฮิตที่คนถามบ่อย 

รวมคำถามที่พบบ่อยจากผู้ที่กำลังจะซื้อเครื่องพิมพ์ พร้อมคำตอบสั้นกระชับ 

ถาม: เครื่องปริ้นอิงค์เจ็ทกับเลเซอร์ อันไหนดีกว่า 

ตอบ: ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าพิมพ์ภาพสีบ่อย อิงค์เจ็ทดีกว่า แต่ถ้าพิมพ์เอกสารขาวดำเยอะ เลเซอร์จะเร็วกว่าและต้นทุนต่ำกว่า ไม่มีอันไหนดีกว่าโดยสมบูรณ์ ต้องดูที่ความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก 

ถาม: เครื่องปริ้นราคาถูกมาก ๆ ใช้ดีไหม 

ตอบ: เครื่องราคาถูกมากมักเป็นรุ่นที่ใช้ตลับหมึก ซึ่งค่าหมึกจะแพงมากในระยะยาว ถ้าพิมพ์เดือนละไม่กี่แผ่นก็พอได้ แต่ถ้าใช้บ่อยควรเพิ่มงบซื้อเครื่องแบบแท็งก์หมึกจะคุ้มกว่า 

ถาม: ต้องดูอะไรเป็นอย่างแรกเมื่อจะเลือกซื้อเครื่องปริ้น 

ตอบ: ดูวัตถุประสงค์การใช้งานเป็นอันดับแรก ว่าจะพิมพ์อะไร บ่อยแค่ไหน จากนั้นค่อยดูระบบหมึก การเชื่อมต่อ และงบประมาณ การเลือกซื้อเครื่องปริ้น ที่ดีเริ่มจากการรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร 

สรุปการเลือกซื้อเครื่องปริ้น ซื้ออย่างไรให้ไม่ต้องเสียใจทีหลัง 

การเลือกซื้อเครื่องปริ้น ที่ดีไม่ได้วัดจากราคาถูกหรือแพง แต่วัดจากความเหมาะสมกับการใช้งานจริงของคุณ เริ่มจากกำหนดวัตถุประสงค์ ประเมินปริมาณงานพิมพ์ เปรียบเทียบระบบหมึก ดูฟังก์ชันเสริมที่จำเป็น และอย่าลืมเช็กบริการหลังการขาย ถ้าทำตามขั้นตอนเหล่านี้ รับรองว่าจะได้เครื่องพิมพ์ที่ใช้งานได้คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์