การมีเครื่องพิมพ์สักเครื่องในบ้านหรือออฟฟิศช่วยให้ทำงานสะดวกขึ้นมาก แต่ปัญหาคือรุ่นในตลาดมีเป็นร้อย สเปกต่างกัน ราคาห่างกันหลายเท่า ถ้าไม่รู้ หลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ ที่ชัดเจน โอกาสได้เครื่องที่ไม่ตอบโจทย์มีสูง บางคนซื้อมาแล้วพบว่าค่าหมึกแพงกว่าค่าเครื่อง บางคนได้เครื่องที่พิมพ์ช้าเกินไปสำหรับงานที่ทำ สุดท้ายต้องซื้อใหม่อีกรอบ เสียทั้งเงินและเวลา
บทความนี้รวบรวมทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้ ตั้งแต่ทำความเข้าใจประเภทเครื่องพิมพ์ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย ไปจนถึงเทคนิคเช็กสเปกและข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม อ่านจบแล้วคุณจะสามารถเลือกเครื่องพิมพ์ได้อย่างมั่นใจ ตรงกับการใช้งานจริง และคุ้มค่าที่สุด
ทำไมต้องรู้หลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ก่อนตัดสินใจ
เครื่องพิมพ์ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ซื้อบ่อย ส่วนใหญ่ใช้งานไปหลายปี ถ้าเลือกผิดตั้งแต่แรกจะกลายเป็นภาระระยะยาว ทั้งค่าหมึก ค่าซ่อม และเวลาที่เสียไปกับการแก้ปัญหา การศึกษาหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ ก่อนเดินเข้าร้านหรือกดสั่งออนไลน์ จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมาก
นอกจากนี้ เครื่องพิมพ์แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่องานที่ต่างกัน เครื่องที่เหมาะกับนักศึกษาพิมพ์รายงานอาจไม่เหมาะกับร้านค้าที่ต้องพิมพ์ใบเสร็จวันละหลายร้อยใบ การจับคู่ระหว่างลักษณะการใช้งานกับสเปกเครื่องจึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุด
ประเภทเครื่องพิมพ์ที่ควรรู้ในหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์
ก่อนจะไปถึงรายละเอียดการเลือก สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือเครื่องพิมพ์ในตลาดแบ่งออกเป็นหลายประเภทหลัก แต่ละประเภทมีจุดแข็งและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทกับหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สำหรับงานสี
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทใช้หมึกพ่นลงบนกระดาษ ให้สีสดและรายละเอียดสูง เหมาะกับงานพิมพ์ภาพถ่าย กราฟิก หรือเอกสารสีทั่วไป ราคาตัวเครื่องมักไม่แพง แต่ค่าหมึกเปลี่ยนอาจสูงในระยะยาว ปัจจุบันรุ่นที่ใช้ระบบแท็งก์หมึกเติมได้ช่วยลดต้นทุนหมึกลงอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นที่ใช้ตลับหมึก
ข้อดีเด่นของอิงค์เจ็ทคือพิมพ์สีได้คมชัด ลงทุนเริ่มต้นไม่สูง และรองรับกระดาษหลายแบบ ข้อเสียคือความเร็วในการพิมพ์ต่ำกว่าเลเซอร์ และหมึกอาจแห้งอุดตันถ้าไม่ใช้เป็นเวลานาน
เครื่องพิมพ์เลเซอร์กับหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์สำหรับงานเอกสาร
เครื่องพิมพ์เลเซอร์ใช้ผงหมึก ให้ความเร็วในการพิมพ์สูงและตัวอักษรคมกริบ เหมาะกับสำนักงานหรือผู้ที่พิมพ์เอกสารขาวดำปริมาณมาก ต้นทุนต่อแผ่นต่ำกว่าอิงค์เจ็ทอย่างเห็นได้ชัด แต่ราคาตัวเครื่องเริ่มต้นสูงกว่า และรุ่นที่พิมพ์สีได้จะมีราคาสูงขึ้นไปอีก
จุดเด่นคือพิมพ์เร็ว ทนทาน หมึกไม่แห้งอุดตัน และต้นทุนต่อแผ่นต่ำ ข้อจำกัดคือตัวเครื่องมักมีขนาดใหญ่ ใช้พลังงานสูงกว่า และคุณภาพงานพิมพ์ภาพสียังสู้อิงค์เจ็ทไม่ได้
เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันกับหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์แบบครบวงจร
เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันรวมความสามารถหลายอย่างไว้ในเครื่องเดียว ทั้งพิมพ์ สแกน ถ่ายเอกสาร และบางรุ่นส่งแฟกซ์ได้ด้วย เหมาะกับออฟฟิศขนาดเล็กถึงกลางที่ต้องการประหยัดพื้นที่และงบประมาณ ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์แยกหลายชิ้น
ข้อดีคือประหยัดพื้นที่ ลดค่าใช้จ่ายรวม และใช้งานสะดวก ข้อเสียคือถ้าเครื่องเสียจะใช้งานฟังก์ชันอื่นไม่ได้ทั้งหมด และบางรุ่นอาจทำแต่ละฟังก์ชันได้ไม่ดีเท่าเครื่องเฉพาะทาง
ข้อดีของการศึกษาหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์อย่างละเอียด
เมื่อคุณเข้าใจหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ อย่างถ่องแท้แล้ว ประโยชน์ที่ได้รับมีหลายด้าน
- ประหยัดเงินทั้งค่าเครื่องและค่าหมึกในระยะยาว เพราะเลือกได้ตรงกับปริมาณงานจริง
- ลดปัญหาเครื่องเสียหรือใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ เพราะเลือกสเปกที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น
- ได้เครื่องที่รองรับการเชื่อมต่อและฟังก์ชันที่ต้องใช้จริง ไม่ต้องมาเสียเงินซื้อเพิ่มทีหลัง
- เปรียบเทียบรุ่นต่าง ๆ ได้อย่างมีหลักเกณฑ์ ไม่ถูกโน้มน้าวจากโฆษณาหรือคำแนะนำที่ลำเอียง
- มั่นใจในการตัดสินใจซื้อ ไม่ต้องเสียเวลาส่งคืนหรือซื้อใหม่

วิธีเลือกเครื่องพิมพ์ ตามหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง
การเลือกเครื่องพิมพ์ให้ตรงกับความต้องการ ต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน ไม่ใช่แค่ดูราคาหรือยี่ห้ออย่างเดียว ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
ขั้นตอนที่ 1 สำรวจลักษณะการใช้งานของตัวเอง
ถามตัวเองว่าใช้เครื่องพิมพ์ทำอะไรเป็นหลัก พิมพ์เอกสารขาวดำ พิมพ์ภาพสี หรือต้องสแกนด้วย ใช้บ่อยแค่ไหน วันละกี่แผ่น ข้อมูลเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ เพราะจะช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่จำเป็นออกไปได้ทันที
ขั้นตอนที่ 2 กำหนดงบประมาณรวม ไม่ใช่แค่ค่าเครื่อง
หลายคนมองแค่ราคาเครื่อง แต่ลืมคิดค่าหมึกหรือผงหมึกที่ต้องเปลี่ยน เครื่องบางรุ่นราคาถูกแต่ค่าหมึกต่อแผ่นสูงมาก ให้คำนวณต้นทุนรวมใน 1 ถึง 2 ปีแรก รวมค่าเครื่อง ค่าหมึก และค่ากระดาษ เพื่อเปรียบเทียบอย่างเป็นธรรม
ขั้นตอนที่ 3 เปรียบเทียบสเปกที่สำคัญ
สเปกหลักที่ควรดูประกอบด้วยหลายส่วน ดังนี้
- ความละเอียด วัดเป็น dpi ยิ่งสูงยิ่งคมชัด งานภาพควรได้ 4800 x 1200 dpi ขึ้นไป งานเอกสารทั่วไป 600 x 600 dpi ก็เพียงพอ
- ความเร็วพิมพ์ วัดเป็น ppm หรือ ipm ถ้าพิมพ์วันละหลายสิบแผ่น ควรเลือกเครื่องที่พิมพ์ได้อย่างน้อย 20 ppm ขึ้นไป
- ถาดกระดาษ ดูว่ารองรับกระดาษขนาดไหนบ้างและจุกระดาษได้กี่แผ่น เครื่องที่ถาดเล็กต้องเติมกระดาษบ่อย
- การเชื่อมต่อ รองรับ USB WiFi หรือพิมพ์ผ่านมือถือได้หรือไม่ สำหรับออฟฟิศควรเลือกรุ่นที่รองรับ Ethernet ด้วย
- พิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ ถ้าพิมพ์เอกสารจำนวนมาก ฟีเจอร์นี้ช่วยประหยัดกระดาษได้เกือบครึ่ง
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบความพร้อมของอะไหล่และหมึก
ก่อนตัดสินใจซื้อ ลองค้นหาว่าหมึกหรือผงหมึกของรุ่นนั้นหาซื้อง่ายหรือไม่ ราคาเท่าไหร่ และมีทางเลือกหมึกเทียบเท่าหรือไม่ เครื่องบางรุ่นใช้หมึกเฉพาะที่หาซื้อยากและราคาสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายรวมพุ่งขึ้นมาก
ต้นทุนที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่หลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ต้องครอบคลุม
ราคาหน้าร้านเป็นแค่ส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ต้นทุนที่แท้จริงของเครื่องพิมพ์ประกอบด้วยหลายส่วนที่คนมักมองข้าม
ค่าหมึกต่อแผ่น เป็นตัวเลขที่ควรเปรียบเทียบเป็นอันดับแรก เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบตลับหมึกอาจมีค่าหมึกต่อแผ่นสูงถึง 3 ถึง 5 บาท ในขณะที่เครื่องเลเซอร์หรืออิงค์แท็งก์อาจต่ำกว่า 1 บาทต่อแผ่น ถ้าพิมพ์เดือนละ 500 แผ่น ส่วนต่างนี้สะสมเป็นเงินหลายพันบาทต่อปี
ค่าไฟฟ้า เครื่องพิมพ์เลเซอร์กินไฟมากกว่าอิงค์เจ็ท โดยเฉพาะขณะอุ่นเครื่อง แต่สำหรับการใช้งานในบ้านทั่วไป ส่วนต่างค่าไฟไม่ได้สูงมากจนเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจ
ค่าบำรุงรักษาและอะไหล่ เช่น ดรัม ฟิวเซอร์ หรือหัวพิมพ์ ชิ้นส่วนเหล่านี้มีอายุการใช้งานจำกัดและต้องเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา ควรสอบถามราคาอะไหล่เหล่านี้ก่อนซื้อเครื่อง
สเปกสำคัญที่ต้องเช็กตามหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์
เพื่อให้การเลือกซื้อเป็นไปอย่างมีระบบ ต่อไปนี้คือสเปกที่ควรดูเป็นพิเศษและความหมายของแต่ละตัวเลข
| สเปก | ความหมาย | ค่าที่แนะนำ |
| DPI | ความละเอียดของงานพิมพ์ | 600 dpi สำหรับเอกสาร / 4800 dpi สำหรับภาพ |
| PPM | จำนวนแผ่นที่พิมพ์ได้ต่อนาที | 20 ppm ขึ้นไปสำหรับออฟฟิศ |
| Duty Cycle | จำนวนแผ่นสูงสุดที่พิมพ์ได้ต่อเดือน | เลือกให้สูงกว่าปริมาณงานจริง 2 ถึง 3 เท่า |
| การเชื่อมต่อ | ช่องทางเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือมือถือ | WiFi และ USB เป็นอย่างน้อย |
| ขนาดถาดกระดาษ | จำนวนกระดาษที่ใส่ได้ในแต่ละครั้ง | 150 ถึง 250 แผ่นสำหรับใช้งานทั่วไป |
เลือกเครื่องพิมพ์ให้เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ หลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์เชิงปฏิบัติ
แต่ละกลุ่มผู้ใช้มีความต้องการที่แตกต่างกัน การนำหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ มาปรับใช้ตามสถานการณ์จริงจะช่วยให้ได้เครื่องที่ตอบโจทย์มากที่สุด
สำหรับนักศึกษาและคนทำงานฟรีแลนซ์ ที่พิมพ์ไม่มาก เน้นเอกสารขาวดำเป็นหลัก เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบอิงค์แท็งก์ขาวดำหรือเลเซอร์ขาวดำรุ่นเล็กเป็นตัวเลือกที่ดี ราคาเริ่มต้นไม่สูง ต้นทุนหมึกต่ำ และดูแลง่าย
สำหรับออฟฟิศขนาดเล็กถึงกลาง ที่พิมพ์วันละหลายสิบถึงร้อยแผ่น ควรเลือกเครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชัน ที่มีถาดกระดาษขนาดใหญ่ รองรับพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติ และเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายได้ เน้นความเร็วและความทนทาน
สำหรับช่างภาพและนักออกแบบ ที่ต้องการคุณภาพสีระดับมืออาชีพ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทแบบหมึก 6 ถึง 10 สีเป็นตัวเลือกหลัก ควรดูความละเอียดที่สูงมาก รองรับกระดาษพิเศษ และมีระบบจัดการสีที่แม่นยำ
การดูแลรักษาเครื่องพิมพ์ เรื่องที่หลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์มักไม่ได้พูดถึง
ซื้อเครื่องมาแล้วยังไม่จบ การดูแลรักษาที่ถูกวิธีช่วยยืดอายุเครื่องและรักษาคุณภาพงานพิมพ์ได้อย่างมาก
- พิมพ์งานอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพื่อป้องกันหมึกแห้งอุดตันหัวพิมพ์ โดยเฉพาะเครื่องอิงค์เจ็ท
- ทำความสะอาดหัวพิมพ์เป็นประจำผ่านเมนูของเครื่อง ไม่ต้องถอดออกมาล้างเอง
- เก็บกระดาษในที่แห้ง ไม่ชื้น กระดาษชื้นทำให้กระดาษติดและเครื่องทำงานหนักขึ้น
- เปลี่ยนหมึกก่อนหมดสนิท เพราะการพิมพ์ตอนหมึกเหลือน้อยมากอาจทำให้หัวพิมพ์เสียหาย
- อัปเดตไดรเวอร์เครื่องพิมพ์อยู่เสมอ เพื่อให้ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้อย่างราบรื่น
ข้อควรระวังและข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์
แม้จะศึกษามาดีแค่ไหน ยังมีข้อผิดพลาดบางอย่างที่คนจำนวนมากทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้ไว้ก่อนจะช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาได้
- ดูแค่ราคาเครื่องโดยไม่คิดค่าหมึก เครื่องราคาถูกหลายรุ่นมีค่าหมึกต่อแผ่นสูงมาก เมื่อคำนวณค่าใช้จ่ายรวม 2 ปี อาจแพงกว่าเครื่องราคาสูงกว่าตอนแรก
- ซื้อเครื่องที่มีฟีเจอร์มากเกินความจำเป็น ฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้เท่ากับเสียเงินฟรี ควรเลือกเฉพาะฟังก์ชันที่ใช้จริง
- ไม่ตรวจสอบความเข้ากันได้กับระบบปฏิบัติการ เครื่องบางรุ่นไม่รองรับ macOS หรือ Linux ต้องเช็กให้แน่ใจก่อนสั่งซื้อ
- เลือกเครื่องที่หมึกหาซื้อยากหรือมีแค่หมึกแท้ราคาสูง ทำให้ค่าใช้จ่ายระยะยาวบานปลาย
- ไม่อ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง สเปกบนกระดาษอาจดูดี แต่ปัญหาบางอย่างจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อใช้จริง เช่น เสียงดัง กระดาษติดบ่อย หรือซอฟต์แวร์ใช้งานยาก
เปรียบเทียบเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ ภาพรวมสำหรับหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดูการเปรียบเทียบเครื่องพิมพ์แต่ละประเภทในมิติที่สำคัญที่สุด
| ปัจจัย | อิงค์เจ็ท | เลเซอร์ | อิงค์แท็งก์ |
| ราคาเครื่อง | ต่ำ ถึง กลาง | กลาง ถึง สูง | กลาง |
| ค่าหมึกต่อแผ่น | สูง ถ้าใช้ตลับ | ต่ำ | ต่ำมาก |
| ความเร็วพิมพ์ | ปานกลาง | สูง | ปานกลาง |
| คุณภาพงานสี | ดีมาก | ดี | ดีมาก |
| ความทนทาน | ปานกลาง | สูง | สูง |
| เหมาะกับ | งานภาพ งานสี | งานเอกสาร ปริมาณมาก | ใช้งานทั่วไป ประหยัด |
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทกับเลเซอร์ แบบไหนคุ้มกว่า
ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน ถ้าพิมพ์เอกสารขาวดำปริมาณมาก เลเซอร์คุ้มกว่าทั้งความเร็วและต้นทุนหมึก แต่ถ้าพิมพ์ภาพสีหรือใช้ไม่บ่อยมาก อิงค์เจ็ทแบบอิงค์แท็งก์จะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะราคาเครื่องไม่แพงและหมึกเติมได้ในราคาถูก ตามหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ ต้องคำนวณต้นทุนรวมเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ราคาเครื่อง
ควรเลือกเครื่องพิมพ์ยี่ห้อไหนดี
ไม่มียี่ห้อไหนที่ดีที่สุดในทุกด้าน แต่ละแบรนด์มีจุดแข็งต่างกัน สิ่งสำคัญคือเลือกจากสเปกและความต้องการจริง ไม่ใช่เลือกจากยี่ห้อ นอกจากนี้ ควรพิจารณาศูนย์บริการหลังการขายด้วย ยี่ห้อที่มีศูนย์ซ่อมใกล้บ้านหรือออฟฟิศจะสะดวกกว่าเมื่อต้องส่งเคลมหรือซ่อม
เครื่องพิมพ์ที่เชื่อมต่อ WiFi จำเป็นไหม
สำหรับการใช้งานในบ้านหรือออฟฟิศที่มีคอมพิวเตอร์หลายเครื่อง WiFi ช่วยให้สะดวกมากขึ้นเพราะไม่ต้องต่อสาย ทุกคนในเครือข่ายเดียวกันสั่งพิมพ์ได้เลย รุ่นที่รองรับการพิมพ์ผ่านมือถือยิ่งตอบโจทย์คนที่ทำงานจากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ถือเป็นฟีเจอร์ที่แนะนำในยุคปัจจุบัน

สรุปหลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ ให้ได้เครื่องที่ใช่ในราคาที่คุ้ม
หลักการเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ ที่ดีเริ่มต้นจากการสำรวจความต้องการของตัวเองให้ชัดเจน จากนั้นจึงเปรียบเทียบสเปก คำนวณต้นทุนรวม และตรวจสอบความพร้อมของอะไหล่และหมึก ไม่ว่าคุณจะเป็นนักศึกษา ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของธุรกิจ ขั้นตอนเหล่านี้ช่วยให้ได้เครื่องพิมพ์ที่ตรงกับการใช้งานจริง ไม่เสียเงินไปกับฟีเจอร์ที่ไม่จำเป็น และสามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว
หากคุณกำลังมองหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการเลือกซื้อและดูแลรักษาเครื่องพิมพ์ สามารถติดต่อทีมงาน Printer Hub เพื่อขอคำปรึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือเลือกอ่านบทความอื่น ๆ ที่เรารวบรวมไว้ เพื่อให้คุณเลือกซื้อเครื่องพิมพ์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
